คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll)


คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll)

น้ำเขียวๆ บรรจุขวดขาย ตามร้านค้าต่างๆ หรือ ตามตลาดนัด หรือ เป็นผง ไว้สำหรับชงดื่มแทนน้ำ ผู้เขียนคิดว่า หลายๆคนคงคุ้นเคยกับ อาหารเสริมตัวนี้ใช่ไหมรับ ใช่แล้วครับ ผมกำลังพูดถึง คลอโรฟิลล์ ที่มีการขายอยู่ในปัจจุบัน เน้นในเรื่องดีท๊อก และ กล่าวว่า เป็น คลอโรฟิลล์ที่สกัดมาจากธรรมชาติโดยตรง

คลอโรฟิลล์เป็นรงควัตถุหรือสารสี ที่มีสีเขียวอยู่ในคลอโรพลาสต์ มีความสำคัญในกระบวนการสังเคราะห์แสงของพืช เพื่อสร้างเป็นน้ำตาลกลูโคส ซึ่งเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานในเซลล์ของพืช  ช่วยป้องกันใบไม้จากการถูกทำลายของแสงแดดจากดวงอาทิตย์ แต่คลอโรฟิลล์จะไม่ค่อยคงตัวและลายน้ำได้ยาก

ดังนั้น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เป็นคลอโรฟิลล์ จึงมักจะเป็นสารสังเคราะห์ที่เลียนแบบคลอโรฟิลล์ ให้มีความคงตัวและละลายน้ำได้ดีขึ้น ซึ่งก็คือ คลอโรฟิลลิน (Chlorophyllin) นั่นเองครับchlorophyll

คลอโรฟิลล์มีโครงสร้างเป็นวง prophyrin ประกอบด้วยวงแหวน pyrrole 4 วง เรียงติดกัน มี Mg+2อยู่ตรงกลาง คลอโรฟิลล์ทั้งสองชนิดมีโครงสร้างเหมือนกัน แตกต่างกันที่หมู่ในบางตำแหน่งของโครงสร้างโมเลกุล คลอโรฟิลล์ไม่คงตัวต่อความร้อน เมื่อได้รับความร้อนจะเปลี่ยนเป็นฟีโอไฟติน (pheophytin) ทำให้สีเขียวเปลี่ยนเป็นสีเขียวน้ำตาลคลอโรฟิลล์พบมากในพืชชั้นสูง เช่น ผักใบเขียวและเปลือกผลไม้ดิบ รวมทั้ง สาหร่ายสีเขียว เช่น spirulina เป็นต้น

ฉะนั้น คลอโรฟิลล์ที่จะได้ประโยชน์ตามธรรมชาติควรเป็นคลอโรฟิลล์ที่สกัดจากพืชโดยตรง หรือ สามารถดูที่ข้างฉลากกระปุกได้ว่า ถ้าระบุว่า Chlorophyllin ก็แสดงว่า เป็นคลอโรฟิลล์สังเคราะห์ ซึ่งประโยชน์ที่ได้อาจไม่เทียบเท่าคลอโรฟิลล์จากธรรมชาติครับ

ประโยชน์ของคลอโรฟิลล์

Antioxidant activity มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าเมื่อนำเอาอาหารหรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีคลอโรฟิลล์มาทดสอบ พบว่ามีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ

ช่วยกำจัดสารพิษ เช่น โลหะหนักต่างๆ ได้แก่ แคดเมียม ปรอท ยาฆ่าแมลงที่อาจจะเผลอได้รับเข้าไป เนื่องมาจาก โมเลกุลของคลอโรฟิลล์สามารถจับกับสารพิษหรืออนุมูลอิสระต่างๆ ทำให้สารเหล่านี้เกิดการรวมตัวกันเป็นสารประกอบอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งเป็นสภาพที่เป็นกลางซึ่งไม่สามารถก่อความเสียหายให้เซลล์%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%8c

อาจช่วยกำจัดกลิ่นที่เกิดจากอวัยวะภายในร่างกาย
การรับประทานคลอโรฟิลลิน 100-300 มิลลิกรัมต่อวัน

จะสามารถลดกลิ่นปัสสาวะและกลิ่นอุจจาระในผู้ป่วยที่กลั้นอุจจาระหรือปัสสาวะไม่อยู่ได้

ขนาดที่ใช้

โดยทั่วไป ขนาด 100-300 มิลลิกรัมต่อวัน แบ่งให้วันละสามครั้ง

ข้อควรระวัง

ข้อมูลความปลอดภัย ก่อน กินสารนี้คุณควรตรวจว่าคุณมีอาการแพ้หรือไม่ เพราะจะทำให้เกิดอาการผื่นแพ้ เวียนศีรษะ เหงื่อออกมากจนหมดสติไปได้ในที่สุด หากคุณกินมากเกินไป จะมีผลทำให้อึหรือฉี่ออกมาเป็นสีเขียวได้ ถ้าเป็นมากๆอาจทำให้ท้องเสียได้ อาจจะทำให้ลิ้นเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองหรือดำได้

ปล. คลอโรฟิลล์ ที่มีการขายเป็นผลิตเสริมอาหาร ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ ไม่ใช่คลอโรฟิลล์ ที่เป็นคลอโรฟิลล์สีเขียวๆ ที่อยู่ตามใบไม้ อย่างที่เราเข้าใจกันนะครับ เพราะว่า คลอโรฟิลล์ตามธรรมชาติ จะมีคุณสมบัติที่ละลายน้ำไม่ดี ฉะนั้น การที่จะเอามาละลายน้ำ เป็นสีเขียวตามที่เราเคยเห็นนั้น คงจะเป็นไปได้ยาก แต่ คลอโรฟิลล์ที่เราเห็นนั้น แท้จริงมันมีชื่อว่า คลอโรฟิลลิน ซึ่งเป็นการเลียนแบบโครงสร้างของคลอโรฟิลล์ตามธรรมชาติ

ภก.พงษ์ศักดิ์ สง่าศรี

Sharing is caring!